แชร์

สรุปปี 2025: ปีแห่งความไม่แน่นอนที่นักลงทุนและธุรกิจประกันต้องเข้าใจ

อัพเดทล่าสุด: 26 ม.ค. 2026
30 ผู้เข้าชม

ปี 2025 เป็นอีกหนึ่งปีที่นักลงทุนและธุรกิจประกันภัยต้องเผชิญกับ “ความไม่แน่นอนในทุกมิติ” ตั้งแต่การแข่งขัน AI ระดับโลก นโยบายดอกเบี้ย เศรษฐกิจที่ฟื้นตัวไม่เท่ากัน ไปจนถึงภัยพิบัติและการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมประกันในประเทศไทย

ทั้งตลาดการลงทุน ประกันวินาศภัย และประกันชีวิต ต่างสะท้อนภาพเดียวกันอย่างชัดเจนว่า โลกการเงินกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่ความเสี่ยงซับซ้อนขึ้น และการวางแผนที่รอบคอบสำคัญกว่าที่เคย

บทความนี้สรุปเหตุการณ์สำคัญตลอดปี 2025 พร้อมข้อคิดเชิงกลยุทธ์ ที่สามารถใช้เป็นเข็มทิศในการวางแผนการเงินและการลงทุนในปีถัดไป

 

 
หมวดการลงทุน

มกราคม 2025
– การแข่งขัน AI โลกเข้าสู่เฟสใหม่ หลังจีนเปิดตัวโมเดล AI ประสิทธิภาพสูง
การพัฒนาโมเดล AI จากฝั่งจีนในช่วงต้นปี ทำให้ตลาดทุนทั่วโลกเริ่มตั้งคำถามใหม่เกี่ยวกับโครงสร้างอำนาจของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี จากเดิมที่นักลงทุนเชื่อว่า AI ขั้นสูงจะถูกผูกขาดโดยบริษัทฝั่งสหรัฐฯ เหตุการณ์นี้ทำให้หุ้นเทคโนโลยีผันผวนแรง เพราะตลาดเริ่มแยกบริษัทที่ “มีศักยภาพสร้างรายได้จาก AI จริง” ออกจากบริษัทที่อาศัยกระแสและการเล่าเรื่อง
ข้อคิด: เทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว แต่ราคาหุ้นที่ขึ้นจากความคาดหวังล้วน ๆ มักเปราะบางเสมอ
– ตลาดการเงินเปิดปีด้วยความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและนโยบายการเงิน
แม้เข้าสู่ปีใหม่ แต่นักลงทุนยังไม่มั่นใจต่อทิศทางดอกเบี้ย เงินเฟ้อ และการเติบโตของเศรษฐกิจโลก เงินจำนวนมากยังพักอยู่ในเงินสด พันธบัตร และทองคำ ทำให้ตลาดตอบสนองต่อข่าวรายวันรุนแรงกว่าปกติ
ข้อคิด: ตลาดไม่กลัวข่าวร้าย แต่กลัวความไม่ชัดเจน


กุมภาพันธ์ 2025
– หุ้นเทคโนโลยีและ AI แกว่งตัวแรงจากความคาดหวังที่สูงเกินจริง
ราคาหุ้นหลายบริษัทสะท้อนความหวังในอนาคตไปไกลกว่าผลประกอบการปัจจุบัน นักลงทุนเริ่มตั้งคำถามว่ากำไรจะเติบโตทันราคาหุ้นหรือไม่ ส่งผลให้เกิดแรงขายทำกำไรและความผันผวนสูง
ข้อคิด: ความคาดหวังที่สูงเกินไป มักมากับความเสี่ยงที่คนมองข้าม
– กระแสเงินไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง
ทองคำและตราสารหนี้ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น สะท้อนความกังวลต่อเศรษฐกิจโลกและทิศทางดอกเบี้ยที่ยังไม่แน่นอน
ข้อคิด: เมื่อความเสี่ยงสูง นักลงทุนจะเลือก “รักษาเงิน” ก่อน “เพิ่มเงิน”


มีนาคม 2025
– ราคาทองคำพุ่งทำจุดสูงสุดใหม่ของปี
แรงหนุนมาจากความกังวลเศรษฐกิจโลก นโยบายการเงินที่ยังไม่ชัดเจน และความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้ทองคำกลับมาเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงหลัก
ข้อคิด: ทองขึ้นเพราะตลาดกลัว ไม่ใช่เพราะเศรษฐกิจดี
– ตลาดหุ้นผันผวนจากข่าวการเมืองมากกว่าปัจจัยพื้นฐาน
ดัชนีหลายตลาดแกว่งตัวแรงจากข่าวนโยบายและท่าทีของผู้นำประเทศ ทำให้นักลงทุนระยะสั้นเผชิญความเสี่ยงสูง
ข้อคิด: ระยะสั้นตลาดขับเคลื่อนด้วยข่าว ระยะยาวขับเคลื่อนด้วยกำไร

เมษายน 
– ตลาดหุ้นไทยอ่อนแรงต่อเนื่อง
สะท้อนความเปราะบางของความเชื่อมั่นทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง และกระแสเงินทุนต่างชาติ นักลงทุนเริ่มระมัดระวังการลงทุนในประเทศมากขึ้น
ข้อคิด: ความเชื่อมั่นคือเชื้อเพลิงของตลาด
– ตลาดโลกจับตานโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางหลัก
ทุกถ้อยแถลงของธนาคารกลาง โดยเฉพาะสหรัฐฯ ส่งผลต่อตลาดการเงินทั่วโลกทันที
ข้อคิด: ดอกเบี้ยไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คือทิศทางเงินทั้งระบบ

พฤษภาคม
– นักลงทุนลดความเสี่ยง เพิ่มสัดส่วนเงินสดและทองคำ
บรรยากาศการลงทุนยังเน้นการป้องกันความเสี่ยงมากกว่าการไล่ผลตอบแทน
ข้อคิด: บางช่วง การไม่ขาดทุนสำคัญกว่าการทำกำไร
– ตลาดเริ่มตั้งคำถามต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก
ตัวเลขเศรษฐกิจบางประเทศเริ่มชะลอ ทำให้ตลาดยังไม่กล้ากลับมารับความเสี่ยงเต็มที่
ข้อคิด: การฟื้นตัวที่ไม่เท่ากัน คือความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง

มิถุนายน 
– สหรัฐฯ เริ่มใช้มาตรการภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariffs)
ความเสี่ยงสงครามการค้ากลับมาอีกครั้ง ส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานและต้นทุนการผลิตทั่วโลก
ข้อคิด: การเมืองระหว่างประเทศ เปลี่ยนต้นทุนธุรกิจได้ทันที
– ตลาดลดน้ำหนักสินทรัพย์เสี่ยงอย่างชัดเจน
นักลงทุนเพิ่มสัดส่วนตราสารหนี้และเงินสด เพื่อลดความผันผวนของพอร์ต
ข้อคิด: เมื่อความเสี่ยงเพิ่ม การกระจายพอร์ตยิ่งสำคัญ

กรกฎาคม 
– ตลาดหุ้นไทยหลุดระดับจิตวิทยาสำคัญ
สร้างแรงกดดันต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนในประเทศอย่างมาก
ข้อคิด: ระดับดัชนีไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คือจิตวิทยาตลาด
– แรงซื้อกลับในหุ้นคุณภาพและหุ้นปันผล
นักลงทุนเริ่มปรับกลยุทธ์จากเก็งกำไรสู่การถือยาว
ข้อคิด: ตลาดผันผวน ทำให้คุณค่าของหุ้นดีชัดขึ้น

สิงหาคม
– ข้อมูลเศรษฐกิจโลกส่งสัญญาณสวนทางกัน
บางประเทศเริ่มฟื้น ขณะที่บางประเทศยังชะลอ ทำให้ตลาดเลือกลงทุนเป็นรายภูมิภาค
ข้อคิด: โลกไม่ได้ฟื้นพร้อมกัน ควรกระจายการลงทุน
– นักลงทุนเริ่มมองหาโอกาสในตลาดเอเชียมากขึ้น
เงินทุนบางส่วนไหลออกจากตลาดหลักสู่ตลาดที่ยังมีศักยภาพเติบโต
ข้อคิด: โอกาสมักอยู่ในตลาดที่คนยังไม่แห่เข้า

กันยายน 
– ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าอย่างต่อเนื่อง
หนุนราคาทองคำและตลาดเกิดใหม่
ข้อคิด: ค่าเงินคือปัจจัยเงียบที่ทรงพลังมาก
– ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์กลับมากดดันตลาด
นักลงทุนยังเน้นการกระจายความเสี่ยง
ข้อคิด: เหตุการณ์ไกลตัว อาจกระทบพอร์ตเราโดยไม่รู้ตัว

ตุลาคม 
– ตลาดเอเชียให้ผลตอบแทนโดดเด่น
โดยเฉพาะญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ สะท้อนการกระจายพอร์ตออกจากสหรัฐฯ
ข้อคิด: ไม่มีตลาดใดเป็นศูนย์กลางตลอดไป
– นักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับเข้าตลาดเกิดใหม่
จากการประเมินมูลค่าที่น่าสนใจ
ข้อคิด: การเลือกลงทุนโดยยึดมูลค่าที่แท้จริงเป็นหลัก ช่วยลดความเสี่ยงจากการซื้อในราคาสูงเกินไป และช่วยสร้างความมั่นคงให้การลงทุนในระยะยาว

พฤศจิกายน 
– หุ้นเกาหลีใต้กลายเป็นตลาดที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดของปี
ตอกย้ำความสำคัญของการกระจายการลงทุน
ข้อคิด: การไม่ทุ่มตลาดเดียว ลดความเสี่ยงได้จริง
– นักลงทุนเริ่มทบทวนพอร์ตปลายปี
ลดความเสี่ยงระยะสั้น เตรียมรับปีถัดไป
ข้อคิด: การทบทวนพอร์ต คือวินัยของนักลงทุน

ธันวาคม 
– การ Rebalancing พอร์ตลงทุนปลายปี
ขายทำกำไรบางส่วน และจัดพอร์ตใหม่ตามระดับความเสี่ยง
ข้อคิด: พอร์ตที่ดี ต้องปรับตามสถานการณ์
– ตลาดเริ่มมองหา Theme การลงทุนปีถัดไป
จากบทเรียนความผันผวนตลอดปี
ข้อคิด: ประสบการณ์ปีนี้ คือเข็มทิศของปีหน้า
 
 
หมวดประกันวินาศภัย

มกราคม
• 5 มกราคม 2568 – กรมอุตุนิยมวิทยารายงานพายุฝนฟ้าคะนองถล่มหลายพื้นที่ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้บ้านเรือนเสียหายกว่า 120 หลังคาเรือน และถนนหลายสายถูกตัดขาด
• 20 มกราคม 2568 – สำนักงาน คปภ. ออกประกาศเตือนบริษัทประกันภัยเกี่ยวกับความเสี่ยงการประกันภัยรถยนต์ช่วงฤดูฝน เพื่อป้องกันการเรียกร้องค่าสินไหมสูงจากอุบัติเหตุบนถนนลื่น

กุมภาพันธ์
•3 กุมภาพันธ์ 2568 คปภ. แถลงนโยบายและทิศทางการดำเนินงานประจำปี 2568 เน้นคุ้มครองผู้เอาประกัน เพิ่มความเข้มงวดบริษัทประกันและนายหน้า มุ่งให้ระบบประกันมั่นคง จ่ายเคลมได้จริง และดูแลผู้บริโภคมากขึ้น
• 28 กุมภาพันธ์ 2568 – บริษัทประกันภัยหลายแห่งในกรุงเทพฯ รับคำร้องเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากอุบัติเหตุรถยนต์ช่วงเทศกาลตรุษจีนสูงกว่าปกติ

มีนาคม
• 3 มีนาคม 2568 – สำนักงาน คปภ. ออกประกาศเกี่ยวกับการประกันภัยน้ำท่วมสำหรับพื้นที่ภาคกลาง หลังเกิดฝนหนักทำให้แม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นตลิ่งในบางจังหวัด เช่น สิงห์บุรี และอยุธยา
• 28 มีนาคม 2568 เหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาดใหญ่ ที่ศูนย์กลางอยู่ในเมียนมา ส่งผลให้แรงสั่นสะเทือนถึงประเทศไทย และ อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่มลงขณะก่อสร้าง — เหตุการณ์นี้เป็นปัจจัยให้คปภ. และสมาคมประกันภัยต้องเร่งมาตรการด้านประกันภัยและเคลมภัยต่อเนื่อง

เมษายน
• 5 เมษายน 2568 – ปภ. รายงานน้ำท่วมฉับพลันในจังหวัดสุโขทัยและพิษณุโลก ส่งผลให้บ้านเรือนเสียหาย 150 หลังคาเรือน และถนนหลายสายถูกตัดขาด
• 18 เมษายน 2568 – สำนักงาน คปภ. ออกประกาศให้บริษัทประกันภัยปรับปรุงเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัยอัคคีภัยและทรัพย์สิน เพื่อรองรับเหตุการณ์ไฟไหม้และน้ำท่วมฉับพลัน

พฤษภาคม
•19–23 พฤษภาคม 2568 – สำนักงาน คปภ. ร่วมกับสมาคมประกันภัยและหน่วยงานพันธมิตรจัดโครงการ ASEAN Life Insurance Leadership Program (ALIP) 2025 ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ ลาดพร้าว กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเวทีระดมผู้นำหน่วยงานกำกับและผู้บริหารภาคประกันภัยจากประเทศต่าง ๆ ในอาเซียน เพื่อพัฒนาแนวทางด้านนโยบาย การบริหารความเสี่ยง และการเสริมสร้างมาตรฐานธุรกิจประกันภัย โดยมีเป้าหมายขับเคลื่อนความร่วมมือในภูมิภาคให้ก้าวหน้าขึ้น โดยแม้ชื่อโปรแกรมจะเป็น “Life Insurance” แต่กิจกรรมนี้ยังส่งผลต่อภาพรวมของธุรกิจประกันวินาศภัยภายใต้แนวคิดการกำกับดูแลความเสี่ยงทั่วทั้งระบบประกันภัยไทยและอาเซียน
• 25 พฤษภาคม 2568 – สำนักงาน คปภ. ออกประกาศกำชับบริษัทประกันภัยด้านความคุ้มครองภัยพิบัติทางธรรมชาติ ให้ยกระดับมาตรฐานการประเมินความเสียหายและเคลมสินไหม

มิถุนายน
• 21 มิถุนายน 2568 – สำนักงาน คปภ. ประกาศแนวทางการออกกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อรองรับความเสี่ยงเฉพาะของแบตเตอรี่แรงดันสูง
• 30 มิถุนายน 2568 สมาคมประกันวินาศภัยไทย ร่วมกับ สำนักงาน คปภ. หารือแนวทางการอนุมัติอัตราเบี้ยประกันภัยสุขภาพส่วนบุคคลเพื่อเตรียมพัฒนาหลักเกณฑ์อัตราเบี้ยประกันสุขภาพให้เหมาะสมและโปร่งใสมากขึ้น

กรกฎาคม
• 14 กรกฎาคม 2568  คปภ. จัดประชุมผู้บริหารระดับสูงด้านประกันภัย “OIC Meets CEO 2025” ครั้งที่ 2/2568 หารือแนวทางขับเคลื่อนอุตสาหกรรมประกันภัยให้เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมเตรียมปรับมาตรการกำกับดูแลให้ทันความเสี่ยงใหม่และเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมาย/กฎระเบียบของระบบประกันภัยไทยในปี 2568–2569
• 28 กรกฎาคม 2568 – คปภ. ออกประกาศให้บริษัทประกันภัยเพิ่มวงเงินคุ้มครองสูงสุดในประกันภัยรถยนต์ทั้งภาคบังคับและสมัครใจ สูงสุด 20 ล้านบาทต่อเหตุการณ์

สิงหาคม
• 3 สิงหาคม 2568 – ปภ. รายงานพายุฝนฟ้าคะนองและลมแรงในภาคเหนือและภาคกลาง ทำให้บ้านเรือนเสียหาย 200 หลังคาเรือน
• 22 สิงหาคม 2568 – คปภ. ออกประกาศให้บริษัทประกันภัยประเมินความเสี่ยงภัยพิบัติและจัดทำแผนรองรับน้ำท่วมซ้ำซากในหลายจังหวัด เช่น อยุธยา สิงห์บุรี และชัยนาท

กันยายน
•1 กันยายน 2568 เจ้าหนี้ประกันภัยเรียกร้องให้ คปภ. และกระทรวงการคลัง เร่งจ่ายหนี้ประกันภัยที่ค้างจากกองทุนประกันวินาศภัย (COVID-19) กระตุ้นให้เร่งประสานจัดงบและแผนการจ่ายเงินให้เจ้าหนี้อย่างเร็วขึ้น
• กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้แจ้ง พื้นที่เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินถล่ม และน้ำท่วมขัง ให้ 52 จังหวัด ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดระหว่างวันที่ 18–24 กันยายน 2568 เนื่องจากมีฝนตกหนักและระดับน้ำสูงขึ้นในหลายลุ่มน้ำรวมถึงแม่น้ำโขงและแม่น้ำเจ้าพระยา
• คปภ. ต้องออกแนวทางปรับปรุงกรมธรรม์เพื่อรองรับความเสี่ยงภัยธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นในหลายจังหวัดทั่วประเทศ

ตุลาคม
•15 ตุลาคม 2568  คปภ. ร่วมกับ Apple, Google และหน่วยงานรัฐ ดำเนินมาตรการ ปิดกั้นและกำจัดแอป/บริการประกันภัยปลอม ที่ไม่มีใบอนุญาตในระบบออนไลน์ เพิ่มการคุ้มครองผู้บริโภค ป้องกันการเสียหายจากประกันปลอม และบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดขึ้นในการกำกับดูแลช่องทางดิจิทัล
• 19 ตุลาคม 2568 – คปภ. ออกประกาศมาตรการเร่งรัดการจ่ายค่าสินไหมทดแทนจากอุทกภัย ให้บริษัทประกันจ่ายสินไหมรวดเร็วและลดขั้นตอนเอกสาร

พฤศจิกายน
• 15 พฤศจิกายน 2568 – คปภ. ออกประกาศให้บริษัทประกันภัยรถยนต์และอัคคีภัยเพิ่มช่องทาง e-Policy เพื่อลดปัญหากรมธรรม์สูญหายและเพิ่มความสะดวกในการตรวจสอบ

ธันวาคม
• 3 ธันวาคม 2568 สมาคมประกันวินาศภัยไทย ร่วมกับ คปภ. ออกมติ 3 มาตรการเร่งด่วนช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมภาคใต้ ส่งเสริมการผ่อนผันชำระเบี้ยประกันภัยรถยนต์ การจัดเกณฑ์พิจารณาความเสียหาย และแนวทางการจ่ายค่าสินไหมให้เป็นระบบ โปร่งใส เร็วขึ้น ช่วยลดภาระผู้เอาประกันภัยจากอุทกภัยใหญ่ในภาคใต้
• 21 ธันวาคม 2568 – สำนักงาน คปภ. สรุปผลการประเมินความเสี่ยงภัยพิบัติประจำปี พร้อมกำชับบริษัทประกันภัยปรับปรุงมาตรการรองรับภัยธรรมชาติและเทคโนโลยีใหม่ เช่น รถ EV และภัยจากน้ำท่วม
 
 
หมวดประกันชีวิต

มกราคม
- สมาคมประกันชีวิตไทยรายงานภาพรวมธุรกิจประกันชีวิตปี 2024 ในช่วงต้นปี 2025 พบว่าธุรกิจยังเติบโตต่อเนื่อง โดยแรงหนุนหลักมาจากความตื่นตัวด้านความเสี่ยงชีวิตและค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มสูงขึ้น หลังจากปี 2024 มีผู้เสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และโรคติดเชื้อจำนวนมาก
- สมาคมประกันชีวิตไทย เผยข้อมูล Co-Payment ในกรมธรรม์ประกันสุขภาพ ที่จะเริ่มใช้กับกรมธรรม์ใหม่ตั้งแต่ มีนาคม 2568 โดยในช่วงนี้มีการเตรียมมาตรฐานใหม่ให้ประชาชนและบริษัทประกันเข้าใจแนวทาง ร่วมจ่ายค่ารักษา เพื่อรองรับต้นทุนค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้นและทำให้ระบบประกันสุขภาพยั่งยืน
 
กุมภาพันธ์
- รายงานจาก Bangkok Biz News ระบุว่า ต้นทุนค่ารักษาพยาบาลในโรงพยาบาลเอกชนในไทยสูงขึ้นมากกว่า 15% ต่อปี และคาดว่าจะเพิ่มอีกกว่า 14% ในปี 2025 ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคทบทวนวงเงินประกันชีวิตควบสุขภาพที่มีอยู่
- สมาคมประกันชีวิตไทยและภาคธุรกิจประกันร่วมกันสื่อสารรายละเอียดระบบ Co-Payment อย่างเป็นทางการ โดยระบุชัดว่าจะเริ่มใช้กับกรมธรรม์ใหม่และการต่ออายุบางกรณี 
 
มีนาคม
- รายงานของ National Economic and Social Development Council (NESDC) ระบุว่าค่าใช้จ่ายด้านบริการสุขภาพสำหรับแรงงานต่างชาติและประชากรทั่วไปมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ภายใต้ภาระค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเข้ารับบริการด้านสุขภาพหลายล้านครั้ง ซึ่งสะท้อนสถานการณ์ต้นทุนสุขภาพของระบบสาธารณสุขไทยในเดือนมีนาคม 2568
- วันที่ 20 มีนาคม 2025 ระบบ Co-Payment สำหรับประกันสุขภาพเริ่มมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ นับเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของตลาดประกันชีวิตควบสุขภาพในประเทศไทย
 
เมษายน
- กระทรวงสาธารณสุขรายงานภาพรวมค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลของประชาชน โดยเฉพาะโรคเรื้อรัง เช่น มะเร็ง โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อรายสูงขึ้น
- 1 เม.ย. 2568 — คปภ. เปิดร่างแนวปฏิบัติด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับธุรกิจประกันชีวิตและประกันภัย โดยให้เวลารับฟังความคิดเห็นถึงสิ้นเดือนเมษายน เพื่อยกระดับการขอความยินยอมการใช้ข้อมูลของลูกค้าและความปลอดภัยของข้อมูลตาม PDPA มากขึ้น
 
พฤษภาคม
- ในช่วงสัปดาห์ 18–24 พฤษภาคม 2568 กรมควบคุมโรครายงานว่ามีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ใหม่ 67,484 ราย และมีผู้เสียชีวิต 8 ราย จากการติดเชื้อในสัปดาห์ดังกล่าว โดยสถานการณ์สะสมตั้งแต่ต้นปีเข้าครึ่งแสนทั้งจำนวนผู้ป่วยและผู้เสียชีวิต
- 19–23 พ.ค. 2568: คปภ. จัด ASEAN Life Insurance Leadership Program 2025 เพื่อเสริมศักยภาพและกำหนดทิศทางมาตรฐานอุตสาหกรรมประกันชีวิต รองรับการพัฒนานโยบายและผลิตภัณฑ์ในระยะถัดไป
 
มิถุนายน
- ตัวแทนและที่ปรึกษาประกันชีวิตไทยจำนวนมากผ่านคุณวุฒิ MDRT และเข้าร่วมงาน MDRT Annual Meeting 2025 ระหว่างวันที่ 19–28 มิ.ย. 2568 ที่สหรัฐอเมริกา สะท้อนการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพประกันชีวิตไทยสู่ระดับสากล โดยมุ่งเน้นความเชี่ยวชาญ การวางแผนการเงินระยะยาว และการให้คำปรึกษาที่คำนึงถึงประโยชน์ของผู้เอาประกันเป็นศูนย์กลาง
 
กรกฎาคม
- วันที่ 22 กรกฎาคม 2568 มีการจัดงาน MDRT DAY 2025 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี เป็นเวทีรวมที่ปรึกษาประกันชีวิตระดับแนวหน้าของประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดและยกระดับมาตรฐานวิชาชีพ โดยมีบริษัทประกันชีวิตและองค์กรตัวแทนเข้าร่วมอย่างกว้างขวาง 
- สื่อธุรกิจรายงานการเติบโตของกลุ่มที่ปรึกษาที่ผ่านคุณวุฒิ MDRT เพิ่มขึ้น สะท้อนความสำคัญของมาตรฐานวิชาชีพในอุตสาหกรรมประกันชีวิต
- สมาคมประกันชีวิตไทยเผยข้อมูลเบี้ยประกันภัยรับรวมครึ่งปีแรก (ม.ค.–มิ.ย.) เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 สมาคมประกันชีวิตไทยรายงานว่าเบี้ยประกันภัยรับรวมของธุรกิจประกันชีวิตอยู่ที่ 326,588.11 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.87 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนความต้องการความคุ้มครองชีวิตที่ยังขยายตัว แม้เศรษฐกิจยังเผชิญความไม่แน่นอน

สิงหาคม
- 8 ส.ค. 2568: คปภ. เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างแก้ไขข้อกำหนดการรายงานทางการเงินให้เร็วขึ้น เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและประสิทธิภาพการกำกับดูแลธุรกิจประกัน (ทั้งชีวิตและวินาศภัย)
- บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัล Best Health Insurance Service of the Year 2568 จาก Money & Banking Magazine ซึ่งมอบให้แก่บริษัทที่มีบริการประกันสุขภาพโดดเด่น โดยพิธีมอบรางวัลนี้ถูกเผยแพร่ใน วันที่ 19 สิงหาคม 2568 ซึ่งเป็นเหตุการณ์สำคัญที่สะท้อนบทบาทของบริษัทประกันชีวิตไทยในการพัฒนาคุณภาพบริการเชิงสุขภาพและสร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้า
 
กันยายน
- รายงานการเพิ่มขึ้นของโรคมือ เท้า ปาก (HFMD) ในเด็ก ข้อมูลจากสำนักงานที่เกี่ยวข้องเผยว่าในปี 2565–2568 จำนวนผู้ป่วยโรค มือ เท้า ปาก (Hand, Foot, and Mouth Disease) เพิ่มขึ้นร้อยละ 65.7 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะในภาคใต้ กรุงเทพฯ และภาคกลาง ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ข้อมูลนี้ถูกรายงานต่อสื่อสาธารณะในช่วงที่สถานการณ์ยังดำเนินอยู่ในเดือนกันยายน 2568 โดยมีการคาดการณ์ว่าแนวโน้มการระบาดจะยังต่อเนื่องจนถึงเดือนนี้

ตุลาคม
- วันที่ 7 ตุลาคม 2568 สำนักงาน คปภ. เปิดแผนพัฒนาอุตสาหกรรมประกันภัยไทยระยะ 5 ปี (Insurance Development Plan 2026–2030) เพื่อรองรับความเสี่ยงใหม่ ๆ และสร้างความยืดหยุ่นให้ทั้งอุตสาหกรรม ซึ่งรวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและสุขภาพเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนและสถานการณ์ความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงไป
- วันที่ 9 ตุลาคม 2568 กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับหน่วยงานอื่นประกาศนโยบายให้แรงงานข้ามชาติต้องซื้อประกันสุขภาพผ่าน One Stop Service (OSS) Centre ใน 4 จังหวัดชายแดน (ตาก, แม่ฮ่องสอน, กาญจนบุรี, ราชบุรี) เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขของประเทศ โดยการติดตามและจัดระบบการตรวจสุขภาพและประกันสุขภาพมีผลขยายตัวในภูมิภาค ซึ่งเกี่ยวข้องกับการขยายฐานผู้เอาประกันสุขภาพในประเทศไทย
- วันที่ 24 ตุลาคม 2025 เกิดเหตุการณ์การสวรรคตของสมเด็จพระพันปีหลวง ซึ่งเป็นเหตุการณ์ระดับชาติที่ส่งผลต่อบรรยากาศสังคมโดยรวม
 
พฤศจิกายน
- วันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 งาน Asia Insurance Industry Awards 2025 (AIIA 2025) จัดขึ้นที่ Marina Bay Sands Expo & Convention Centre, สิงคโปร์ ซึ่ง MDRT (Million Dollar Round Table) ได้เป็นผู้สนับสนุนรางวัลในสาขา “Life Insurance Company of the Year” แสดงมาตรฐานระดับสากลของบริษัทประกัน และรางวัลนี้ได้รับโดย HSBC Life (International) Limited ในพิธีมอบรางวัลของงาน
- 19 พ.ย. 2568 – กรมควบคุมโรครายงานผู้ป่วย ไข้หวัดใหญ่ 161,940 ราย ในช่วง 19 ต.ค.–15 พ.ย. 2568 พร้อมยอดสะสมปีนี้ 940,869 ราย และมีผู้เสียชีวิต 100 ราย

ธันวาคม
- 3 ธันวาคม 2568  กระทรวงสาธารณสุขจับมือ สมาคมประกันชีวิตไทย เพื่อยกระดับ โรงพยาบาลรัฐ 28 แห่ง ให้สามารถรองรับระบบ ประกันสุขภาพภาคสมัครใจ (ประกันเอกชน) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และได้มาตรฐาน เพื่อขยายและอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าประกันชีวิต/สุขภาพใช้สิทธิได้จริงในสถานพยาบาลของรัฐก่อนขยายผลทั่วประเทศ
- บริษัทประกันเสนอแพลนใหม่เน้น “ลดภาระภาษี” ปลายปี มีรายงานว่าผู้ประกอบธุรกิจประกันชีวิตออนไลน์ที่สามารถหักภาษีได้ เป็นแคมเปญในช่วงสิ้นปี ช่วยผู้บริโภควางแผนประกันชีวิตและภาษีปลายปีได้ง่ายขึ้น
 
 
ปี 2025 ไม่ใช่ปีที่ตลาดให้ผลตอบแทนง่าย แต่เป็นปีที่ให้ “บทเรียน” มากที่สุด ทั้งเรื่องการลงทุนในธีมใหม่อย่าง AI ความสำคัญของการกระจายพอร์ต การบริหารความเสี่ยงภัยพิบัติ และการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของระบบประกันสุขภาพและประกันชีวิต

บทเรียนเหล่านี้ตอกย้ำว่า การเงินไม่ใช่แค่การแสวงหาผลตอบแทน แต่คือการออกแบบชีวิตให้มั่นคงในโลกที่ไม่แน่นอน

ปี 2026 และปีต่อ ๆ ไป อาจยังเต็มไปด้วยความผันผวน แต่สำหรับคนที่มีแผน มีวินัย และเข้าใจความเสี่ยง ความผันผวนจะไม่ใช่ภัย — แต่จะกลายเป็น “โอกาส” ในการสร้างความมั่งคั่งและความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว

บทความที่เกี่ยวข้อง
ปี 2569 เงินเฟ้อทางการแพทย์พุ่งแรง เปิดค่าห้องโรงพยาบาลเอกชน 10 แห่ง ที่คนไทยต้องรู้ก่อนป่วย
บทความนี้สรุปภาพรวมสาเหตุ พร้อมอัปเดตราคาค่าห้องโรงพยาบาลเอกชนยอดนิยม เพื่อช่วยวางแผนการเงินและประกันสุขภาพอย่างรอบคอบ
3 ก.พ. 2026
โพยกองทุนลดหย่อนภาษี 2568
รวม  กองทุน RMF และ  กองทุน Thai ESG ปี 2568 พร้อมจุดเด่นแต่ละกอง
26 ธ.ค. 2025
Copayment: ทางเลือกใหม่ของการประกันสุขภาพที่ยั่งยืน
รู้จัก Copayment ระบบจ่ายร่วมที่ช่วยแบ่งเบาภาระค่ารักษาพยาบาล พร้อมสร้างความมั่นคงให้กับประกันสุขภาพของคุณในระยะยาว
21 ต.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy