4 ตัวเลือกวางแผนการเงิน: ประกันชีวิต 3 แบบ + กองทุนรวม อะไรเหมาะกับคุณ?

ความจริงคือ ทั้ง 3 แบบให้ความคุ้มครองชีวิตเหมือนกัน แต่ต่างกันที่ ความเสี่ยง, ผลตอบแทน, ความยืดหยุ่นของเบี้ย และวิธีบริหารเงิน
1.ประกันชีวิตแบบสามัญ (Traditional Life Insurance)
คือ ประกันชีวิตแบบดั้งเดิม จ่ายเบี้ยตามสัญญา บริษัทประกันรับภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมด
จุดเด่น: เบี้ยคงที่ ผลตอบแทนแน่นอน เงินคืนหรือเงินปันผลชัดเจน
ตัวอย่าง:
นาย A อายุ 30 ปี ซื้อประกันแบบสามัญ เบี้ยปีละ 20,000 บาท ทุนคุ้มครอง 1,000,000 บาท หากเสียชีวิต บริษัทจะจ่าย 1,000,000 บาททันที ไม่ขึ้นกับผลการลงทุน
ผลประโยชน์ทางภาษี: เบี้ยประกันชีวิตสามารถนำไป ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ สูงสุดตามกฎหมาย
เหมาะกับใคร: คนเน้นความมั่นคง ไม่อยากเสี่ยง
------------------------------------------------
2.ประกันชีวิตแบบ Unit-Linked (UL)
คือ ประกันชีวิตควบการลงทุน เบี้ยแบ่งเป็นส่วนค่าใช้จ่ายและส่วนลงทุนในกองทุนรวม
จุดเด่น: ปรับทุนและเบี้ยได้ ลงทุนในกองทุนที่เลือก โอกาสเงินโตสูง ถอนเงินบางส่วนได้หากมูลค่าเงินลงทุนเพียงพอ
ตัวอย่าง:
นาง B อายุ 35 ปี ซื้อ Unit-Linked เบี้ยปีละ 50,000 บาท ในส่วนของการลงทุน 30,000 บาท เธอเลือกลงทุนในกองทุนผสม หุ้น+ตราสารหนี้ หลัง 10 ปี มูลค่าเงินลงทุนขึ้นเป็น 400,000 บาท พร้อมทุนคุ้มครอง 1,000,000 บาท
ผลประโยชน์ทางภาษี: เบี้ยประกันชีวิตส่วนคุ้มครองสามารถ ลดหย่อนภาษีได้ ส่วนค่าใช้จ่ายลงทุนไม่สามารถนำมาลดหย่อนได้
เหมาะกับใคร: คนที่รับความเสี่ยงได้ ต้องการคุ้มครองชีวิต + ลงทุน
------------------------------------------------
3.ประกันชีวิตแบบ Universal Life (UN)
คือ กรมธรรม์ถาวร ให้ความคุ้มครองตลอดชีวิต + มูลค่าเงินสด (cash value) ที่เติบโตตามดอกเบี้ยบริษัท
จุดเด่น: ยืดหยุ่นสูง ปรับเบี้ยและทุนคุ้มครองได้ มีผลตอบแทนขั้นต่ำ
ตัวอย่าง:
นาย C อายุ 40 ปี ซื้อ Universal Life เบี้ยปีละ 60,000 บาท หลัง 15 ปี มูลค่าเงินสดสะสม 500,000 บาท และทุนคุ้มครองชีวิต 1,200,000 บาท นาย C สามารถใช้เงินสดบางส่วนเป็นเงินสำรองฉุกเฉิน หรือปรับทุนคุ้มครองได้
ผลประโยชน์ทางภาษี: เบี้ยประกันชีวิตส่วนคุ้มครองสามารถ ลดหย่อนภาษีได้ ส่วนมูลค่าเงินสดไม่เสียภาษีจนกว่าจะถอนเงิน
เหมาะกับใคร: คนต้องการความยืดหยุ่นสูง วางแผนระยะยาว
------------------------------------------------
4.กองทุนรวม (Mutual Fund)
คือ สินทรัพย์ลงทุน ไม่ใช่ประกัน ไม่มีความคุ้มครองชีวิต
จุดเด่น: เลือกความเสี่ยงและโอกาสโตได้ตามประเภทกองทุน ถอนเงินได้ตามเงื่อนไข
ตัวอย่าง:
นาง D อายุ 30 ปี ลงทุนกองทุนรวมเดือนละ 5,000 บาท เลือกกองทุนหุ้นยาว 20 ปี สมมติผลตอบแทนเฉลี่ย 7% ต่อปี หลัง 20 ปี มูลค่าเงินลงทุนประมาณ 2,400,000 บาท
ผลประโยชน์ทางภาษี: กองทุนบางประเภท เช่น RMF / SSF สามารถนำไป ลดหย่อนภาษีได้ตามเงื่อนไข ส่วนกองทุนทั่วไปไม่มีสิทธิประโยชน์ภาษี
เหมาะกับใคร: คนเน้นสร้างเงินโต ไม่เน้นประกัน
------------------------------------------------
การรับผลประโยชน์ของทายาท- ประกันชีวิตแบบสามัญ: ทายาทได้รับ ทุนคุ้มครองชีวิตเต็มจำนวน ทันทีตามกรมธรรม์
- Unit-Linked: ทายาทได้รับ ทุนคุ้มครอง + มูลค่าเงินลงทุน ขึ้นอยู่กับผลการลงทุน ณ วันเสียชีวิต
- Universal Life: ทายาทได้รับ ทุนคุ้มครอง + มูลค่าเงินสดสะสม ตามเงื่อนไขกรมธรรม์
- กองทุนรวม: เงินลงทุนจะ ตกเป็นทรัพย์สินของทายาท ผ่านกฎหมายมรดกหรือพินัยกรรม แต่ไม่มีความคุ้มครองชีวิต
การเปรียบเทียบ ประกันชีวิตแบบต่างๆ กับกองทุนรวม
| เปรียบเทียบ | ประกันชีวิตทั่วไป | ยูนิเวอร์แซลไลฟ์ | ยูนิตลิงค์ | กองทุนรวม |
| ความคุ้มครอง | ได้เป็นจำนวนเงินแน่นอนเป็น %ของจำนวนเงินเอาประกัน | มีโอกาสได้ความคุ้มครองสูงกว่าจำนวนเงินเอาประกัน ถ้ามูลค่าการลงทุนปรับตัวเพิ่มขึ้น | มีโอกาสได้ความคุ้มครองสูงกว่าจำนวนเงินเอาประกัน ถ้ามูลค่าการลงทุนปรับตัวเพิ่มขึ้น | ไม่มีความคุ้มครองชีวิต (ได้เพียงมูลค่าขายคืนหน่วยลงทุน) |
| สุขภาพ | สามารถซื้อได้ | เป็นไปตามเงื่อนไขบริษัทฯ | ไม่สามารถซื้อได้ | |
| การรับผลประโยชน์ของทายาท | จ่ายแก่ทายาทได้โดยตรงทันที (โดยระบุชื่อทายาทเป็นผู้รับประโยชน์) | ต้องตั้งกองมรดก/ผจก.มรดก/ผ่านศาล ซึ่งยุ่งยากใช้เวลานาน | ||
| นโยบายการลงทุน | บริษัทประกันลงให้ | บริษัทประกันลงให้ | ลูกค้าเลือกกองทุนเอง | ลูกค้าเลือกกองทุนเอง |
| ผลตอบแทน/ความเสี่ยง | - คงที่แน่นนอนแต่น้อย - ความเสี่ยงต่ำ |
- รับรองผลตอบแทนขั้นต่ำ และมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้น - ความเสี่ยงต่ำ |
- ไม่แน่นอน แต่มีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้น/ต่ำลง - ความเสี่ยงกลาง-สูง (ขึ้นอยู่กับกองทุนที่เลือก) |
- ไม่แน่นอน แต่มีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้น/ต่ำลง - ความเสี่ยงกลาง-สูง (ขึ้นอยู่กับกองทุนที่เลือก) |
| ผลประโยชน์ภาษี ภาษีเงินบุคคลฯ |
เบี้ยประกันภัยของสัญญา ประกันภัยหลัก + เบี้ยประกันภัยสัญญา เพิ่มเติมประกันภัยสุขภาพ |
เบี้ยประกันภัย | เฉพาะเบี้ยส่วนที่เป็นค่าใช้จ่าย (ค่าการปรระกันภัย+ค่าธรรมเนียม) ไม่รวมส่วนลงทุน |
ได้ตามเกณฑ์ของกองทุน (เฉพาะ RMF , SSF และ TESG) |
| การไถ่ถอนเงิน (สภาพคล่อง) |
ไม่ได้ ต้องกู้กรมธรรม์ (เสียดอกเบี้ย) |
ถอนเงินลงทุนออกบางส่วนได้ | สามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้ | |
| ความยืดหยุ่น | - | ปรับเปลี่ยนความคุ้มครอง, หยุดพักชำระเบี้ย, Top Up เบี้ยได้ | สับเปลี่ยนกองทุนได้ | |
| การเปิดเผยค่าใช้จ่าย | ไม่เปิดเผยชัดเจน | เปิดเผยชัดเจน | ||
| เหมาะกับใคร | ต้องการได้ความครองชีวิต และสุขภาพ ไม่คาดหวัง ผลตอบแทน |
ได้ความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพ คาดหวังผลตอบแทนได้แน่นอน พร้อมโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงขึ้น | ต้องการความสะดวก all in one ได้ทั้งความคุ้มครอง ชีวิตและสุขภาพ ต้องการผลตอบแทนที่งอกเงย |
มีความรู้เรื่องการลงทุน สามารถรับความเสี่ยงในตราสารทุนที่ลงทุนได้ คาดหวังผลตอบแทนตามความเสี่ยงที่ลงทุนได้ |
- ต้องการคุ้มครองชีวิตอย่างเดียว ประกันแบบสามัญ
- คุ้มครอง + ลงทุน Unit-Linked
- อยากปรับแผนได้ตามช่วงชีวิต Universal Life
- ต้องการลงทุนเพื่อเงินโต กองทุนรวม
การเลือกประกันชีวิตหรือการลงทุนไม่มีกฎตายตัว ทุกแบบมีข้อดีข้อจำกัดของตัวเอง สิ่งสำคัญคือต้องพิจารณา เป้าหมายการเงิน ความสามารถรับความเสี่ยง และระยะเวลาที่ถือกรมธรรม์หรือการลงทุน ให้สอดคล้องกับชีวิตของคุณ ทั้งนี้ การทำความเข้าใจเรื่อง ผลประโยชน์ทายาทและสิทธิประโยชน์ทางภาษี จะช่วยให้วางแผนได้ครบถ้วนและมั่นคงมากขึ้น สุดท้ายแล้ว การวางแผนที่ชัดเจนตั้งแต่วันนี้ จะทำให้คุณและคนที่คุณรักได้รับความคุ้มครองและผลตอบแทนตามเป้าหมายในอนาคต
หากคุณยังไม่แน่ใจว่าประกันชีวิตแบบไหนหรือกองทุนแบบใดเหมาะกับคุณที่สุด
ปรึกษากับเราได้เลย ทีมผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมวิเคราะห์แผนการเงินและให้คำแนะนำแบบตรงจุด เพื่อให้คุณและคนที่คุณรักได้รับความคุ้มครองและผลตอบแทนตามเป้าหมาย


