ปี 2569 เงินเฟ้อทางการแพทย์พุ่งแรง เปิดค่าห้องโรงพยาบาลเอกชน 10 แห่ง ที่คนไทยต้องรู้ก่อนป่วย

ค่ารักษาพยาบาลในปี 2569 ปรับตัวสูงขึ้นเร็วกว่าค่าครองชีพทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด จากแรงกดดันของภาวะเงินเฟ้อทางการแพทย์
บทความนี้จะพาเจาะลึกสาเหตุของค่ารักษาที่แพงขึ้น พร้อมอัปเดตราคาค่าห้องโรงพยาบาลเอกชนยอดนิยม 10 แห่ง และตัวอย่างค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยใน เพื่อช่วยให้คนไทยวางแผนการเงินและประกันสุขภาพได้อย่างรอบคอบ ก่อนวันที่ความเสี่ยงจะมาถึงตัวจริง
ในปี 2569 ค่าครองชีพของคนไทยไม่ได้เพิ่มขึ้นเพียงแค่ค่าอาหาร ค่าไฟ หรือค่าน้ำมันอีกต่อไป
แต่มีค่าใช้จ่ายหนึ่งที่เพิ่มขึ้นเร็วกว่า และส่งผลกระทบกับชีวิตโดยตรงมากที่สุด นั่นคือ ค่ารักษาพยาบาล
หลายคนอาจยังไม่เคยเจ็บป่วยหนัก จึงไม่ทันสังเกตว่า เพียงแค่การแอดมิตไม่กี่คืนในโรงพยาบาลเอกชน ค่าใช้จ่ายสามารถพุ่งขึ้นเป็นหลักหมื่น หลักแสน หรือมากกว่านั้นได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ “ค่าห้องพักผู้ป่วย” ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของค่าใช้จ่ายแทบทุกอย่างในการรักษา
เงินเฟ้อทางการแพทย์คืออะไร และทำไมแพงกว่าเงินเฟ้อทั่วไป
เงินเฟ้อทางการแพทย์ (Medical Inflation) คือภาวะที่ต้นทุนด้านการรักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มเร็วกว่าเงินเฟ้อทั่วไป เนื่องจากการรักษาพยาบาลเป็นสิ่งที่ไม่สามารถเลื่อนหรือหลีกเลี่ยงได้เหมือนการซื้อสินค้าอื่น
ในปี 2569 รายงาน Asia Health Trends 2026 ระบุว่า อัตราเงินเฟ้อทางการแพทย์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอยู่ที่ประมาณ 11.3% สูงกว่าเงินเฟ้อทั่วไปหลายเท่าตัว สาเหตุหลักมาจากการใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูง ยาเฉพาะทาง ค่าแรงบุคลากรทางการแพทย์ และสังคมผู้สูงอายุที่ต้องการการรักษาโรคซับซ้อนมากขึ้น
ผลลัพธ์คือ ค่ารักษาพยาบาลในโรงพยาบาลเอกชน ไม่ว่าจะเป็นค่าห้อง ค่ายา หรือค่าบริการต่างๆ ล้วนปรับตัวสูงขึ้นพร้อมกัน และกลายเป็นภาระทางการเงินที่หลายคนไม่ทันตั้งตัว

ค่าห้องโรงพยาบาลเอกชน 10 แห่ง อัปเดตปี 2569
1) โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท
• Superior Intelligent: 5,200 บาท/คืน
• Premium Intelligent: 5,600 บาท/คืน
• Deluxe Intelligent: 6,200 บาท/คืน
• Super Deluxe Intelligent: 7,100 บาท/คืน
• VIP Intelligent: 8,000 บาท/คืน
• Executive Intelligent: 9,000 บาท/คืน
• President Intelligent: 11,000 บาท/คืน
• Royal Suite: 20,000 บาท/คืน
(ยังไม่รวมค่าบริการพยาบาลและค่ารักษาพยาบาล)
โรงพยาบาลเอกชนระดับพรีเมียมที่มีบริการครบทั้ง ICU / NICU / ผู้ป่วยทั่วไป และใช้เทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูง
2) โรงพยาบาลวิภาวดี
• ห้องเดี่ยวธรรมดา: 2,200 บาท/คืน
• ห้องเดี่ยวพิเศษ: 2,600–2,800 บาท/คืน
• ห้อง Deluxe: 3,500 บาท/คืน
• Suite: 5,000–6,000 บาท/คืน
• VIP Suite: 6,000–8,000 บาท/คืน
(ยังไม่รวมค่าบริการและค่ารักษาพยาบาล)
เป็นตัวเลือกที่ราคาเริ่มต้นเข้าถึงได้กว่า แต่ราคายังปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
3) โรงพยาบาลกรุงเทพ
• Standard (รวมค่าอาหาร): 5,600–6,300 บาท/คืน
• Specialty: 11,100 บาท/คืน
• Superior: 11,100–12,300 บาท/คืน
• Critical Care: 7,300–9,000 บาท/คืน
• Deluxe: 16,100–17,550 บาท/คืน
(ยังไม่รวมค่าบริการพยาบาลและค่ารักษาพยาบาล)
ค่าห้องแตกต่างกันมากตามระดับการรักษา
4) โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชันแนล
• 2 เตียง: 3,610 บาท/คืน
• ห้องเดี่ยวธรรมดา: 6,750 บาท/คืน
• ห้องเดี่ยวพิเศษ: 9,570 บาท/คืน
• Super Deluxe: 12,450 บาท/คืน
• VIP Suite: 20,360 บาท/คืน
• Premier Suite: 20,500 บาท/คืน
• Premier Atrium Suite: 24,700 บาท/คืน
• Premier Royal Suite: 61,660 บาท/คืน
(ยังไม่รวมค่าบริการพยาบาลและค่ารักษาพยาบาล)
ห้องระดับสูงสุดสะท้อนต้นทุนการรักษาที่พุ่งแรงในเคสพิเศษ
5) โรงพยาบาลหัวเฉียว
• ห้องรวมพัดลม: 600–850 บาท/คืน
• ห้องรวมปรับอากาศ: 700–1,050 บาท/คืน
• ห้องคู่: 1,500 บาท/คืน
• ห้องพิเศษเดี่ยว: 2,500 บาท/คืน
• ห้องพิเศษ VIP: 4,000 บาท/คืน
• ห้องพิเศษ VVIP: 7,500 บาท/คืน
(ยังไม่รวมค่าบริการและค่ารักษาพยาบาล)
6) โรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชันแนล
• ห้องคู่: 1,900 บาท/คืน
• Standard: 2,900 บาท/คืน
• Standard Plus: 3,900 บาท/คืน
• Deluxe: 5,200 บาท/คืน
• Gold Suite: 9,500 บาท/คืน
• President Suite: 14,500 บาท/คืน
(ยังไม่รวมค่าบริการและค่ารักษาพยาบาล)
7) โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน
• ห้องเดี่ยวซูพีเรีย: 3,000 บาท/คืน
• ห้องวีไอพี: 5,300 บาท/คืน
• ห้องแกรนด์วีไอพี: 5,800 บาท/คืน
(ยังไม่รวมค่าบริการและค่ารักษาพยาบาล)
8) โรงพยาบาลบีเอ็นเอช (BNH)
• Regent Adult: 4,900 บาท/คืน
• Ambassador Adult: 9,500 บาท/คืน
• Regent Pediatric: 4,900 บาท/คืน
• Ambassador Pediatric: 16,000 บาท/คืน
• President Pediatric: 22,900 บาท/คืน
(ยังไม่รวมค่าพยาบาลและบริการอื่นๆ)
9) โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น
• ห้องรวม 4 เตียง: 1,500 บาท/คืน
• ห้องพิเศษคู่: 2,000 บาท/คืน
• ห้องพิเศษเดี่ยว: 2,800 บาท/คืน
• ห้องพิเศษเดี่ยว Gold: 3,400 บาท/คืน
• ห้อง VIP Gold: 5,000 บาท/คืน
• ห้อง VIP Platinum: 6,000 บาท/คืน
(ยังไม่รวมค่าบริการและค่ารักษาพยาบาล)
10) โรงพยาบาลพญาไท 1
• ห้อง Gold: 3,345 บาท/คืน
• ห้อง Platinum A: 4,745 บาท/คืน
• ห้อง ASU / CCU: 4,200 บาท/คืน
• Phyathai Prestige Superior: 5,490 บาท/คืน
• Phyathai Prestige Deluxe: 6,490 บาท/คืน
• Phyathai Prestige Super Deluxe: 7,990 บาท/คืน
• Suite A: 8,745 บาท/คืน
• Suite B: 6,745 บาท/คืน
• Phyathai Prestige VIP: 11,490 บาท/คืน
(ยังไม่รวมค่าบริการและค่ารักษาพยาบาล)
ตัวอย่างค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยในโรงพยาบาลเอกชน
- ไข้หวัดใหญ่ (Influenza) ค่าใช้จ่ายประมาณ 46,216 – 72,371 บาท
- โรคไข้เลือดออก ค่าใช้จ่ายประมาณ 24,000 – 84,393 บาท
- ผ่าต้อกระจก ค่าใช้จ่ายประมาณ 73,404 – 101,635 บาท
- โรคความดันโลหิตสูง (มีภาวะแทรกซ้อน) ค่าใช้จ่ายประมาณ 25,722 – 120,298 บาท
- โรคแผลในกระเพาะอาหาร ค่าใช้จ่ายประมาณ 50,000 – 150,000 บาท
- ผ่าตัดไส้ติ่ง ค่าใช้จ่ายประมาณ 101,930 – 159,720 บาท
- ผ่าตัดข้อเข่า ค่าใช้จ่ายประมาณ 290,598 – 353,520 บาท
- ค่ารักษา RSV ประมาณ 50,000 – 100,000 บาท
- ติดเชื้อโควิด-19 (แอดมิต) ประมาณ 150,000 – 300,000 บาท
ค่ารักษาข้างต้นเป็นข้อมูลจากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างโรงพยาบาลเอกชน ค่าใช้จ่ายจริงอาจสูงกว่านี้ หากอาการรุนแรง ต้องนอนโรงพยาบาลหลายคืน หรือมีภาวะแทรกซ้อนที่ต้องใช้เครื่องมือและการรักษาเฉพาะทาง ซึ่งในโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ ค่าใช้จ่ายรวมอาจพุ่งถึงหลักล้านบาทได้
ทำไมค่าห้องถึงดันบิลค่ารักษาขึ้นแรง
ค่าห้องพักผู้ป่วยไม่ใช่แค่ค่าที่พัก แต่เป็นฐานของค่าใช้จ่ายอื่น เช่น ค่าบริการพยาบาล ค่า Hospital Service ค่าอาหาร และค่ายาที่คิดตามจำนวนวันพักรักษา ทำให้แม้จะเป็นโรคเดียวกัน ค่าใช้จ่ายรวมก็แตกต่างกันมากตามจำนวนคืนและระดับห้อง
เมื่อประกันสุขภาพเหมาจ่าย เริ่ม “ปิดรับ” มากขึ้น
จากต้นทุนค่ารักษาที่สูงขึ้น บริษัทประกันหลายแห่งเริ่มจำกัด ปรับเงื่อนไข หรือปิดรับแผนประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย โดยเฉพาะแผนที่คุ้มครองค่าห้องตามจริง ทำให้แผนที่ยังครอบคลุมได้จริงในยุคนี้ เริ่มหาได้ยากขึ้นเรื่อยๆ
วางแผนให้ทัน ก่อนค่ารักษาจะทิ้งคุณไว้ข้างหลัง
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายค่ารักษาและค่าห้อง จึงมีบทบาทสำคัญในยุคเงินเฟ้อทางการแพทย์ เช่น แผน D Health Plus ของเมืองไทยประกันชีวิต ที่ออกแบบให้คุ้มครองค่ารักษาและค่าห้องแบบเหมาจ่าย ช่วยลดความเสี่ยงจากการต้องจ่ายส่วนต่างค่าห้อง และช่วยให้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนได้อย่างเหมาะสมกับแผนการรักษา


