ลดหย่อนภาษี ปี 2568: ทุกเรื่องที่ต้องรู้ รวบรวมมาให้แล้ว!

รายการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปี 2568
แนวทางทำความเข้าใจโครงสร้างภาษีและการใช้สิทธิ์อย่างถูกต้อง
ภาษีคืออะไร
ภาษี คือเงินที่รัฐจัดเก็บจากประชาชนและนิติบุคคลตามกฎหมาย เพื่อนำไปใช้เป็นรายได้ของประเทศสำหรับการพัฒนาสาธารณูปโภค การให้บริการสาธารณะ และการบริหารประเทศในด้านต่าง ๆ เช่น ระบบสาธารณสุข การศึกษา คมนาคม ความมั่นคง และการดูแลประชาชนในภาวะวิกฤต
สำหรับประชาชนทั่วไป ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นภาษีที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับชีวิตประจำวันมากที่สุด เพราะผูกพันกับรายได้จากการทำงาน การประกอบอาชีพ และการลงทุน
ทำไมต้องจ่ายภาษี
การจ่ายภาษีเป็นหน้าที่ตามกฎหมายของผู้มีเงินได้ แต่ในเชิงเศรษฐศาสตร์และสังคม ภาษีเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้รัฐสามารถกระจายทรัพยากรและดูแลประชาชนได้อย่างทั่วถึง รายได้จากภาษีถูกนำไปใช้เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ลดความเหลื่อมล้ำ และสนับสนุนการพัฒนาประเทศในระยะยาว
ในขณะเดียวกัน กฎหมายภาษีไม่ได้มีเป้าหมายเพียงการจัดเก็บรายได้ แต่ยังเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถบริหารภาระภาษีได้อย่างเหมาะสม ผ่านสิทธิ์ลดหย่อนต่าง ๆ เพื่อสะท้อนภาระค่าใช้จ่ายที่แท้จริงของแต่ละบุคคล
โครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในประเทศไทยคำนวณจาก “เงินได้สุทธิ” ซึ่งได้มาจากกระบวนการดังต่อไปนี้
เริ่มจากเงินได้พึงประเมินตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง ค่าบริการ ค่าคอมมิชชัน หรือรายได้จากการประกอบอาชีพอิสระ จากนั้นหักค่าใช้จ่ายตามประเภทเงินได้ หักค่าลดหย่อนตามสิทธิ์ที่กฎหมายกำหนด จึงจะได้เป็นเงินได้สุทธิที่นำไปคำนวณภาษีตามอัตราก้าวหน้า
ดังนั้น ยิ่งเข้าใจโครงสร้างภาษีและใช้สิทธิ์ลดหย่อนได้ครบถ้วน เงินได้สุทธิที่ต้องนำไปเสียภาษีก็จะยิ่งลดลงอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ช่วงปลายปีภาษีถือเป็นช่วงเวลาสำคัญ เนื่องจากหลายสิทธิ์ต้องดำเนินการ “ภายในปี” หากพลาดโอกาสไปแล้วจะไม่สามารถย้อนกลับมาใช้สิทธิ์ได้อีก บทความนี้จึงจัดทำขึ้นเพื่อเป็นแนวทางในการวางแผนภาษีในโค้งสุดท้ายของปี 2568

รายการลดหย่อนภาษี ปี 2568
1. ค่าลดหย่อนส่วนตัว
– เป็นสิทธิ์พื้นฐานของผู้มีเงินได้ทุกคน ไม่จำกัดอาชีพ
– ใช้สะท้อนค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพขั้นพื้นฐาน
– ลดหย่อนจำนวนคงที่ 60,000 บาท
– ไม่ต้องมีเอกสารประกอบ
– ใช้สิทธิ์ได้อัตโนมัติเมื่อยื่นแบบภาษี
– ช่วงเวลาใช้สิทธิ์ 1 ม.ค. – 31 ธ.ค. 2568
2. ค่าลดหย่อนคู่สมรส
– คู่สมรสต้องจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย
– คู่สมรสต้องไม่มีเงินได้ตลอดปีภาษี
– ลดหย่อน 60,000 บาท
– หากคู่สมรสมีรายได้แม้เพียงเล็กน้อย จะใช้สิทธิ์ไม่ได้
– ใช้ได้เพียงฝ่ายที่มีเงินได้
– ช่วงเวลาใช้สิทธิ์ 1 ม.ค. – 31 ธ.ค. 2568
3. ค่าฝากครรภ์และทำคลอด
– ครอบคลุมค่าฝากครรภ์ ค่าตรวจ และค่าคลอด
– ลดหย่อนตามที่จ่ายจริง ไม่เกิน 60,000 บาทต่อการตั้งครรภ์หนึ่งครั้ง
– ใช้ได้ทั้งโรงพยาบาลรัฐและเอกชน
– ใช้ได้ทั้งสามีหรือภรรยาที่มีเงินได้
– ต้องมีเอกสารค่าใช้จ่าย
– ช่วงเวลาใช้สิทธิ์ 1 ม.ค. – 31 ธ.ค. 2568
4. ค่าลดหย่อนบุตร
– บุตรต้องเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย
– บุตรคนที่ 1 ลดหย่อน 30,000 บาท
– บุตรคนที่ 2 เป็นต้นไป หากเกิดตั้งแต่ปี 2561 ลดหย่อน 60,000 บาทต่อคน
– กรณีบุตรบุญธรรม ต้องเป็นการรับบุตรบุญธรรมที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย และให้นับลำดับบุตรตามลำดับการรับบุตรบุญธรรม โดยใช้หลักเกณฑ์จำนวนเงินลดหย่อนและอายุเช่นเดียวกับบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย
– ใช้สิทธิ์ได้จนบุตรมีอายุไม่เกิน 20 ปี หรือไม่เกิน 25 ปี หากยังศึกษา
– บุตรหนึ่งคน สามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนได้เพียงผู้ปกครองคนเดียว
– ช่วงเวลาใช้สิทธิ์ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2568
5. ค่าเลี้ยงดูบิดา–มารดา
– ใช้ได้กับบิดามารดาของตนเองและคู่สมรส
– อายุครบ 60 ปีขึ้นไป
– มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี
– ลดหย่อน 30,000 บาทต่อคน ไม่เกิน 4 คน
– ผู้ใช้สิทธิ์ต้องเป็นผู้ดูแลจริง
– ช่วงเวลาใช้สิทธิ์ 1 ม.ค. – 31 ธ.ค. 2568
6. ค่าอุปการะผู้พิการหรือทุพพลภาพ
– ผู้พิการต้องมีบัตรผู้พิการตามกฎหมาย
– ลดหย่อน 60,000 บาทต่อคน
– ไม่จำกัดว่าเป็นญาติสายตรง
– ผู้พิการต้องมีรายได้ไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด
– ใช้ได้ทั้งกรณีดูแลในครอบครัวหรืออุปการะตามกฎหมาย
– ช่วงเวลาใช้สิทธิ์ 1 ม.ค. – 31 ธ.ค. 2568
7. เงินสมทบประกันสังคม
– ผู้ประกันตนมาตรา 33 ลดหย่อนสูงสุด 9,000 บาทต่อปี
– ผู้ประกันตนมาตรา 39 ลดหย่อน 5,184 บาทต่อปี
– ผู้ประกันตนมาตรา 40 ลดหย่อน 840–3,600 บาทต่อปี
– ลดหย่อนเฉพาะส่วนที่ผู้ประกันตนจ่ายเอง
– ไม่รวมเงินสมทบจากนายจ้างหรือรัฐ
– ช่วงเวลาใช้สิทธิ์ 1 ม.ค. – 31 ธ.ค. 2568
8. เบี้ยประกันชีวิตทั่วไป / เงินฝากแบบมีประกันชีวิต
– ใช้ส่งเสริมการออมและความคุ้มครองชีวิต
– กรมธรรม์ต้องเข้าเงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนด
– ลดหย่อนตามที่จ่ายจริง ไม่เกิน 100,000 บาท
– ใช้ได้ทั้งแบบรายปีและรายงวด
– ต้องเป็นกรมธรรม์ที่บริษัทประกันชีวิตซึ่งได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และจดทะเบียนในประเทศไทยเท่านั้น กรมธรรม์จากบริษัทต่างประเทศหรือประกันที่ทำกับสถาบันการเงินในต่างประเทศไม่สามารถนำมาลดหย่อนได้
– ช่วงเวลาใช้สิทธิ์ 1 ม.ค. – 31 ธ.ค. 2568
9. เบี้ยประกันสุขภาพของตนเอง
– ช่วยลดภาระค่ารักษาพยาบาลในอนาคต
– ครอบคลุมประกันสุขภาพและประกันโรคร้ายแรง
– ลดหย่อนตามที่จ่ายจริง ไม่เกิน 25,000 บาท
– ใช้ได้ทั้งประกันเดี่ยวหรือแนบท้ายสัญญาประกันชีวิต
– ช่วงเวลาใช้สิทธิ์ 1 ม.ค. – 31 ธ.ค. 2568
10. เบี้ยประกันชีวิตคู่สมรส
– คู่สมรสต้องไม่มีเงินได้ตลอดปี
– ลดหย่อนตามที่จ่ายจริง ไม่เกิน 10,000 บาท
– ต้องเป็นคู่สมรสที่จดทะเบียนถูกต้อง
– ใช้เพื่อสร้างความมั่นคงให้ครอบครัว
– กรมธรรม์ต้องเข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย
– ช่วงเวลาใช้สิทธิ์ 1 ม.ค. – 31 ธ.ค. 2568
11. เบี้ยประกันสุขภาพบิดา–มารดา
– ใช้ได้กับบิดามารดาของตนเองและคู่สมรส
– รายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปีต่อคน
– ลดหย่อนตามที่จ่ายจริง ไม่เกิน 15,000 บาท
– ไม่จำกัดอายุผู้เอาประกัน
– ต้องเป็นกรมธรรม์ที่เข้าเงื่อนไข
– ช่วงเวลาใช้สิทธิ์ 1 ม.ค. – 31 ธ.ค. 2568
12. เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ
– ใช้เพื่อเตรียมรายได้หลังเกษียณ
– ลดหย่อน 15% ของเงินได้
– ไม่เกิน 200,000 บาท
– ต้องเป็นกรมธรรม์บำนาญตามเงื่อนไข
– รวมกับกลุ่มเกษียณได้สูงสุด 500,000 บาท
– ช่วงเวลาใช้สิทธิ์ 1 ม.ค. – 31 ธ.ค. 2568
13. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD)
– สำหรับลูกจ้างที่นายจ้างจัดตั้งกองทุน
– ลดหย่อน 15% ของเงินได้
– สูงสุด 500,000 บาท
– รวมเงินสะสมและเงินสมทบ
– เป็นการออมระยะยาวเพื่อเกษียณ
– ช่วงเวลาใช้สิทธิ์ 1 ม.ค. – 31 ธ.ค. 2568
14. กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน
– สำหรับครูและบุคลากรโรงเรียนเอกชน
– ลดหย่อน 15% ของเงินได้
– สูงสุด 500,000 บาท
– เป็นเงินออมเพื่อเกษียณตามระบบ
– ใช้ได้เฉพาะผู้มีสิทธิ์ตามกฎหมาย
– ช่วงเวลาใช้สิทธิ์ 1 ม.ค. – 31 ธ.ค. 2568
15. กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)
– สำหรับข้าราชการที่เป็นสมาชิก กบข.
– ลดหย่อน 30% ของเงินได้
– สูงสุด 500,000 บาท
– รวมเงินสะสมและเงินสมทบ
– ช่วยสร้างความมั่นคงหลังเกษียณ
– ช่วงเวลาใช้สิทธิ์ 1 ม.ค. – 31 ธ.ค. 2568
16. กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)
– ใช้เป็นเงินออมเพื่อวัยเกษียณ
– ลดหย่อน 30% ของเงินได้
– สูงสุด 500,000 บาท
– ต้องลงทุนต่อเนื่องตามเงื่อนไข
– เลือกลงทุนได้หลากหลายสินทรัพย์
– ช่วงเวลาใช้สิทธิ์ 1 ม.ค. – 31 ธ.ค. 2568
17. กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.)
– สำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระ
– ลดหย่อนตามที่จ่ายจริง
– สูงสุด 30,000 บาท
– รัฐสมทบเพิ่มตามอายุ
– เป็นเงินออมเพื่อเกษียณขั้นพื้นฐาน
– ช่วงเวลาใช้สิทธิ์ 1 ม.ค. – 31 ธ.ค. 2568
18. กองทุน Thai ESG
– ส่งเสริมการลงทุนอย่างยั่งยืน
– ลดหย่อน 30% ของเงินได้
– สูงสุด 300,000 บาท
– ต้องถือครองตามระยะเวลาที่กำหนด
– ช่วงลงทุน 1 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2569
– ใช้สิทธิ์ตามปีที่ลงทุน
19. Thai ESGX (New!)
– มาตรการพิเศษเฉพาะปี 2568
– เงินใหม่ ลงทุน 1 พ.ค. – 30 มิ.ย. 2568 ลดหย่อนสูงสุด 300,000 บาท
– สับเปลี่ยนจาก LTF วงเงินรวม 500,000 บาท
– ปีแรกใช้ได้ไม่เกิน 300,000 บาท
– ปี 2569–2572 ใช้ได้ปีละไม่เกิน 50,000 บาท
20. ดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อที่อยู่อาศัย
– ใช้ได้กับการกู้ซื้อ สร้าง หรือซ่อมแซมบ้าน
– ลดหย่อนตามดอกเบี้ยที่จ่ายจริง
– ตามหลักเกณฑ์ที่สรรพากรกำหนด
– ต้องเป็นที่อยู่อาศัยของตนเอง
– ใช้เอกสารจากสถาบันการเงิน
– ช่วงเวลาใช้สิทธิ์ 1 ม.ค. – 31 ธ.ค. 2568
21. กล้องวงจรปิด CCTV
– มาตรการส่งเสริมความปลอดภัย
– ลดหย่อนเพิ่ม 1 เท่าตามที่จ่ายจริง
– สูงสุด 100,000 บาท
– ใช้ได้ทั้งบ้านและสถานประกอบการ
– ช่วงใช้สิทธิ์ 1 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2569
– ต้องมีใบกำกับภาษีถูกต้อง
22. เงินลงทุนวิสาหกิจเพื่อสังคม
– สนับสนุนกิจการที่สร้างประโยชน์ต่อสังคม
– ลดหย่อนไม่เกิน 100,000 บาท
– ต้องเป็นกิจการที่รัฐรับรอง
– ใช้ได้ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล
– เป็นการลงทุนควบคู่ความรับผิดชอบต่อสังคม
– ช่วงเวลาใช้สิทธิ์ 1 ม.ค. – 31 ธ.ค. 2568
23. สร้างบ้านใหม่
– ลดหย่อนตามค่าก่อสร้าง
– อัตราลดหย่อนล้านละ 10,000 บาท
– ใช้ได้กับบ้านที่สร้างใหม่
– ต้องเป็นที่อยู่อาศัยของตนเอง
– ช่วงใช้สิทธิ์ 9 เม.ย. 2567 – 31 ธ.ค. 2568
– ต้องมีเอกสารการก่อสร้าง
24. Easy e-Receipt 2.0 (New!)
– กระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ
– ลดหย่อนสูงสุด 50,000 บาท
– ใช้กับร้านค้าที่ออก e-Receipt ได้
– สินค้าและบริการตามที่กำหนด
– ช่วงใช้สิทธิ์ 16 ม.ค. – 28 ก.พ. 2568
– ใช้ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์
25. ค่าซื้องานศิลปะด้านทัศนศิลป์ (New!)
– สนับสนุนศิลปินไทย
– ลดหย่อนสูงสุด 100,000 บาท
– ต้องเป็นงานศิลปะที่เข้าเงื่อนไข
– ซื้อจากแหล่งที่รัฐกำหนด
– ช่วงใช้สิทธิ์ 1 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2570
– ต้องมีหลักฐานการซื้อ
26. เที่ยวดี มีคืน 2568 (New!)
– กระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ
– ลดหย่อนสูงสุด 30,000 บาท
– ใช้กับค่าที่พักและบริการที่เข้าเงื่อนไข
– ต้องเป็นผู้มีเงินได้
– ช่วงเดินทาง 29 ต.ค. – 15 ธ.ค. 2568
– ใช้เอกสารการชำระเงินตามที่กำหนด
27. ติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อที่อยู่อาศัย (New!)
– ส่งเสริมพลังงานสะอาด
– ลดหย่อนสูงสุด 200,000 บาท
– ใช้กับบ้านที่อยู่อาศัยของตนเอง
– ต้องติดตั้งโดยผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาต
– ช่วงใช้สิทธิ์ 1 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2571
– ต้องมีเอกสารรับรองการติดตั้ง
28. เงินบริจาคทั่วไป
– บริจาคให้มูลนิธิหรือองค์กรสาธารณกุศล
– ลดหย่อนไม่เกิน 10% ของเงินได้สุทธิ
– ต้องเป็นองค์กรที่รัฐรับรอง
– ใช้ใบเสร็จหรือหลักฐานการบริจาค
– เป็นการช่วยเหลือสังคมควบคู่การลดภาษี
– ช่วงเวลาใช้สิทธิ์ 1 ม.ค. – 31 ธ.ค. 2568
29. e-Donation
– บริจาคผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของรัฐ
– ลดหย่อน 2 เท่าของเงินที่บริจาค
– แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้สุทธิ
– ไม่ต้องเก็บเอกสารเอง ระบบส่งข้อมูลอัตโนมัติ
– ใช้ได้กับการศึกษา กีฬา โรงพยาบาลรัฐ
– ช่วงเวลาใช้สิทธิ์ 1 ม.ค. – 31 ธ.ค. 2568
30. เงินบริจาคพรรคการเมือง
– บริจาคให้พรรคการเมืองที่จดทะเบียนถูกต้อง
– ลดหย่อนตามที่จ่ายจริง
– สูงสุด 10,000 บาทต่อปี
– ใช้ใบเสร็จรับเงินเป็นหลักฐาน
– ส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมือง
– ช่วงเวลาใช้สิทธิ์ 1 ม.ค. – 31 ธ.ค. 2568
การวางแผนภาษีที่ดี ไม่ได้หมายถึงการลดภาษีให้เหลือน้อยที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่คือการใช้สิทธิ์ตามกฎหมายให้ครบถ้วน สอดคล้องกับรายได้ ภาระค่าใช้จ่าย และเป้าหมายทางการเงินของแต่ละคน
เมื่อเข้าใจโครงสร้างภาษีและรายการลดหย่อนทั้ง 30 รายการอย่างชัดเจน ผู้เสียภาษีจะสามารถตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลในมือ โดยเฉพาะในช่วงโค้งสุดท้ายของปีภาษี 2568 ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ไม่ควรถูกมองข้าม
ภาษีที่วางแผนดีตั้งแต่วันนี้ จะกลายเป็นรากฐานของความมั่นคงทางการเงินในวันข้างหน้า หากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมหรือการวางแผนเฉพาะบุคคล ควรเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ ก่อนโอกาสจะผ่านไป

